ระเบียบการเข้าปฏิบัติธรรม

ศูนย์ปฏิบัติธรรม "บ้านธรรมนำใจ" บ้านไม่ใหญ่ แต่ใจกว้าง

สำหรับผู้ไม่เคยปฏิบัติ หรือต้องการทบทวนใหม่

จะเปิดรับครั้งละไม่เกิน  50 คน ปฏิบัติรวมกันชายหญิง ถือศีล 8 ทานอาหาร 2 มื้อ นอนแยกกัน ห้องน้ำแยกกัน
มีการสอนการปฏิบัติเบื้องต้นโดยพระครูปลัดสุขุม ศีลานุกิจ (พระอาจารย์ทองสุข ฐิตสีโล) หากท่านติดการสอนที่ศูนย์ฯ เชียงราย ท่านจะมอบหมายให้พระผู้ช่วย (พระอาจารย์สุรชัย) หรือท่านอื่นที่ท่านเห็นว่าเหมาะสม มาดูแลการสอนเบื้องต้นแทน

ผู้เข้ารับการฝึก จะต้องใส่ชุดขาวตามระเบียบแบบอย่างวัดอัมพวัน หรือตามที่ “บ้านธรรมนำใจ” อนุญาตเท่านั้น
ซึ่งทางศูนย์มีชุดปฏิบัติธรรมให้ยืมทั้งชายและหญิง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เด็กสามารถเข้าปฏิบัติได้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เด็กอายุ 7-11 ถือศีล 5 มีข้าวเย็นและขนมให้ อายุ 12 ขวบ ขึ้นไปถือศีล 8 ทาน 2 มื้อ
กรณีคุณแม่มากับลูกชาย หรือ คุณพ่อมากับลูกสาว เพียง 2 คน อนุญาตให้ทั้งคู่ถือศีล 5 และนอนรวมกันได้
ผู้สูงอายุ การปฏิบัติจะไม่หนัก เจ้าหน้าที่จะปรับให้ตามแต่ละบุคคล สามารถนั่งเก้าอี้ปฏิบัติได้
ผู้เคยมาปฏิบัติที่บ้านธรรมนำใจอายุมากสุด 76 ปี และน้อยที่สุด 6 ปี

ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องทานยาหลังอาหารเย็น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า

อาหารที่ศูนย์ทำทุกมื้อเป็นมังสวิรัติ หากเพื่อนบ้านนำอาหารมาร่วมก็จะมีเนื้อสัตว์ด้วย ท่านที่ทานอาหาร “เจ” ต้องแจ้งล่วงหน้า
บ้านธรรมนำใจจะเปิดรับผู้ปฏิบัติธรรมเดือนละ 2 ครั้ง สามารถตรวจสอบวันที่ได้จาก “ตารางการเข้าปฏิบัติธรรม”

แบบ 3 วัน เข้าวันศุกร์ก่อน 2 ทุ่ม (หากมาช้ากว่านี้ต้องแจ้งล่วงหน้า) กลับวันอาทิตย์ 13.00 น. เป็นต้นไป
ไม่อนุญาตให้เข้าในวันเสาร์ หรือกลับก่อนวันอาทิตย์ 11 โมงเช้า

ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเข้าปฏิบัติธรรม

 

ผู้สนใจเข้ารับการอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแบบ 3 วัน

สามารถติดต่อลงทะเบียนในการปฏิบัติได้ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้
1. เบอร์ติดต่อ: 084-759-5600
2. e-mail: baandhamnamjai@hotmail.com
3. website: http://www.baandhamnamjai.com
4. facebook: http://www.facebook.com/baandhamnamjai

 

*************************************************************************************************************************

 

สำหรับผู้ที่เคยฝึกการปฏิบัติมาแล้ว

หากท่านเคยฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาแล้ว ตามสถานที่ดังต่อไปนี้

  1. วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี
  2. ศูนย์ปฏิบัติธรรม สวนเวฬุวัน จ. ขอนแก่น (สาขาวัดอัมพวัน)
  3. ศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดถ้ำพระผาคอก จ. เชียงราย (สาขาวัดอัมพวัน)
  4. ศูนย์ปฏิบัติธรรม วัดตาลเอน
  5. ชมรมวิปัสสนากรรมฐานบริษัททรู

ท่านสามารถเข้าปฏิบัติที่ “บ้านธรรมนำใจ” ได้ทุกวัน โดยแบ่งเป็น

– แบบไปกลับ (สำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้ว)

วันธรรมดาเปิด 10.00 น. – 20.30 น.
วันเสาร์อาทิตย์ เปิด 10.00 น. – 17.30 น.
ผู้เข้าปฏิบัติ สามารถปฏิบัติตามอัธยาศัย ผู้ปฏิบัติสามารถใส่ชุดตามสบาย เรียบร้อย ปฏิบัติได้

– แบบอยู่ปฏิบัติที่ “บ้านธรรมนำใจ” (สำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้ว)

แบบ 3 วัน เข้าวันจันทร์ ออกวันพฤหัส
แบบ 5 วัน เข้าวันจันทร์ ออกวันเสาร์
แบบ 7 วัน เข้าวันจันทร์ ออกวันจันทร์

สำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้ว จะเปิดรับครั้งละไม่เกิน 5 คน
แยกรับระหว่างผู้ปฏิบัติหญิงกับชาย ไม่เปิดรวมกัน ไม่มีการสอนการปฏิบัติโดยพื้นฐาน
มีการแนะนำโดยเจ้าหน้าที่ “บ้านธรรมนำใจ” ทุกวัน (หากต้องการ)
ผู้ปฏิบัติสามารถแจ้งเวลาเดินนั่งของตนเองได้ เจ้าหน้าที่จะช่วยดูแลในการจับเวลาให้
ก่อนมาโทรสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ เบอร์โทรศัพท์ 02-222-0598

– แบบอยู่ปฏิบัติที่ “บ้านธรรมนำใจ” (สำหรับผู้ที่เคยปฏิบัติมาแล้ว และต้องการทบทวนใหม่)

ระเบียบปฏิบัติเหมือนกับผู้ปฏิบัติใหม่ทุกประการ

***********************************************************************************************************************

 

ระเบียบการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน “บ้านธรรมนำใจ” ถนนไมตรีจิตต์ หัวลำโพง

  1. ต้องแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัครซึ่งทางศูนย์ปฏิบัติธรรมได้จัด เตรียมไว้ให้ โดยต้องยื่นพร้อมบัตรประชาชน หรือใบแสดงสัญชาติ
  2. ผู้เข้าปฏิบัติธรรมแบบ 3 วัน ต้องอยู่ปฏิบัติธรรม วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และต้องพักที่บ้านธรรมนำใจตลอดระยะเวลา 3 วัน
  3. หากผู้ปฏิบัติธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะจะต้องได้รับอนุญาตจาก บิดา มารดา สามี หรือผู้ปกครอง เป็นลายลักษณ์อักษรในใบสมัครลงทะเบียน
  4. ผู้ลงทะเบียนปฏิบัติธรรม สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึง 20.00 น. ของวันศุกร์
    หากท่านมาเร็ว ท่านจะมีเวลาพักผ่อน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนที่จะเรียนปฏิบัติเบื้องต้น จะทำให้ท่านผ่อนคลาย และเปิดใจเรียนรู้การปฏิบัติได้เต็มที่
    ในเวลา 19.00 น. จะทำวัตรเย็นพร้อมกัน และในเวลา 20.00 น. จะเริ่มพิธีรับศีลและเรียนการปฏิบัติในเบื้องต้น
    ดังนั้น หากท่านมีความจำเป็น ต้องมาช้ากว่า 20.00 น. จะได้เรียนและรับศีลในเช้าวันเสาร์
  5. ผู้ปฏิบัติเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดปฏิบัติธรรมสีขาวตามแบบที่ศูนย์ กำหนดไว้ (ชายเสื้อสีขาว กางเกงสีขาว หญิงเสื้อสีขาว ผ้าถุงและสไบสีขาว และไม่อนุญาตให้ชายหญิงใส่เสื้อยืด) ท่านสามารถยืมชุดขาวของทางศูนย์ฯ ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
  6. เมื่อแต่งชุดปฏิบัติธรรมแล้ว ไม่ควรใส่เครื่องราง ของขลัง เครื่องประดับ เช่น แหวน ต่างหู กำไร สร้อยคอ ฯลฯ ห้ามทาเล็บมือ เล็บเท้า ไม่ใช้เครื่องสำอาง แป้ง และห้ามรับประทานอาหาร
  7. การเข้าปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติธรรมไม่ควรนำของมีค่าหรือทรัพย์สินติดตัวมาด้วย กรณีที่นำมาด้วย เช่น โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสตางค์ นาฬิกา หรือทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ จะต้องนำมาฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ เพื่อเก็บไว้ในตู้เซฟ ในการนำของมีค่าหรือทรัพย์สินมาฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ จะต้องเซ็นต์รับทราบรายการทรัพย์สินของมีค่า ก่อนและหลัง ทุกครั้ง กรณีไม่นำของมีค่าหรือทรัพย์สินมาฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทางศูนย์ฯ จะไม่รับผิดชอบไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  8. ทาง ศูนย์ฯ ไม่อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติธรรมใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างการเข้าปฏิบัติธรรม ที่ศูนย์โดยเด็ดขาด หากมีธุระด่วนจากญาติ พี่น้อง ให้โทรมายังเบอร์ศูนย์ฯ เบอร์โทรศัพท์ 02-222-0598 ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาแล้วจะแจ้งให้ท่านทราบ
  9. ผู้ปฏิบัติธรรมที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูงหรือตํ่า หอบหืด ลมชัก ฯลฯ จะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ทราบเพื่อจะได้คอยดูแลอย่างใกล้ชิด หากให้ดีที่สุดควรจะต้องมีญาติมาปฏิบัติธรรมด้วยกัน และจะต้องนำยาประจำตัวมาด้วย
  10. การใช้ห้องน้ำ มีอยู่ 2 ชั้น
    ชั้น 1 ห้องน้ำสำหรับพระสงฆ์ ผู้ชาย และคนพิการ 2 ห้อง
    ชั้น 2 ห้องน้ำสำหรับผู้หญิง จำนวน 9 ห้อง
  11. การเปลี่ยนชุดให้เปลี่ยนชุดในห้องน้ำเท่านั้น
  12. ห้ามผู้ปฏิบัติธรรมซักเสื้อผ้าเองตลอดระยะเวลาในการปฏิบัติ 3 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้จัดการเรื่องการซักชุดขาวที่ผู้ปฏิบัติยืมจากศูนย์ฯ ส่วนชุดที่นำมาเองให้นำกลับไปซักที่บ้าน
  13. ผู้ปฏิบัติธรรมห้ามพูดคุยหรือบอกสภาวธรรมแก่ผู้ปฏิบัติด้วยกัน เพราะจะเป็นภัยแก่ผู้ปฏิบัติทั้งตนเองและผู้อื่น หากมีความสงสัยในข้อวัตรปฏิบัติ อย่างไรแล้วให้เก็บไว้สอบถามครูผู้สอน หลังปฏิบัติธรรมเสร็จแล้ว
  14. ผู้ปฏิบัติจะต้องไม่คะนองกาย วาจา หรือส่งเสียงก่อความรำคาญ หรือพูดคุยกับบุคคลอื่นโดยไม่มีความจำเป็น ถ้าผู้ปฏิบัติธรรมมีความจำเป็นจริงๆ ให้พูดคุยเบาๆ และไม่ควรพูดคุยนาน เพราะจะเกิดอารมณ์ฟุ้งซ่าน ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง จะทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า ถ้ามีความจำเป็นจริงๆ มีเรื่องที่จะต้องพูดคุยกันนานต้องออกจากห้องกรรมฐาน ไปพูดคุยในสถานที่อื่น ห้ามใช้ห้องปฏิบัติธรรมเป็นที่รับแขก หากมีผู้มาเยี่ยมจะต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ เพื่อให้พบหรือพูดคุยได้ไม่เกิน 15 นาที
  15. ผู้ปฏิบัติต้องไม่เสพเครื่องดอง ของมึนเมา หรือนำยาเสพติดทุกชนิดเข้ามาในศูนย์ปฏิบัติธรรม
  16. ผู้ปฏิบัติจะต้องระลึกเสมอว่าเรามาปฏิบัติเพื่อยกระดับจิตใจ ขัดเกลากิเลส ตัณหา ให้เบาบางลง มิใช่เพื่อมาหาความสุขในการอยู่ดี กินดี จึงต้องอดทนต่อความไม่สะดวก และสิ่งกระทบกระทั่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแบบทดสอบ ความอดทน และคุณธรรมของผู้ปฏิบัติว่ามีอยู่มากน้อยเพียงใด
  17. ผู้ปฏิบัติไม่ควรเปิดน้ำ ไฟ ทิ้งไว้ และช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องกรรมฐาน และห้องน้ำ
  18. การรับประทานอาหารมี 2 เวลา และดื่มน้ำปานะ 1 เวลา ดังนี้
    เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารมื้อเช้า
    เวลา 11.00 น. รับประทานอาหารมื้อกลางวัน
    เวลา 16.00 น. ดื่มน้ำปานะ

 

 

ขั้นตอนในการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

  1. ให้ผู้ปฏิบัติธรรมมาพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องกรรมฐาน เวลา 19.30 น. หรือ เวลานัดหมายที่เจ้าหน้าที่จัดตามความเหมาะสมเพื่อทำพิธีรับศีลจากพระภิกษุ ที่ได้รับนิมนต์ไว้ โดยเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน ให้ผู้ปฏิบัติธรรมไว้ใช้ในพิธี
  2. การปฏิบัติธรรมแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ในแต่ละวันดังนี้
    ช่วงแรก 04.00 น. – 07.00 น.
    ช่วงที่สอง 08.00 น. – 11.00 น.
    ช่วงที่สาม 13.00 น. – 16.00 น.
    ช่วงที่สี่ 18.00 น. – 21.00 น.
  3. ขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อมาพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องกรรมฐาน ตามเวลาการปฏิบัติช่วงแรก นำสวดมนต์ กราบพระประธาน แล้วจึงเริ่มปฏิบัติ
  4. ก่อน ถึงเวลาพักทุกช่วงผู้ปฏิบัติควรอยู่ในอิริยาบถของการนั่งกรรมฐาน ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติทุกช่วงจะต้องแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลต่อไป โดยไม่เสียสมาธิจิต
  5. เมื่อแผ่เมตตา (สัพเพ สัตตา…) เสร็จ แล้วนั่งพับเพียบประนมมือเพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญในการปฏิบัติให้แก่ มารดา บิดา ญาติพี่น้อง ครูบาอาจารย์ เทวดา เปรต เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย (อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ…) จากนั้นนั่งคุกเข่า สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภควา…) กราบพระประธาน
  6. ขั้นตอนในการปฏิบัติจะเป็นเช่นเดียวกันในทุกช่วง การ ให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติใหม่จะมีพระอาจารย์เป็นผู้แนะนำการปฏิบัติวิปัสสนา กรรมฐานเบื้องต้น ผู้ปฏิบัติที่ไม่เข้าใจ หากมีข้อสงสัยประการใด ให้สอบถามท่านพระอาจารย์
  7. การ ลาศีล เมื่อผู้ปฏิบัติธรรมได้ปฏิบัติครบตามกำหนดที่ได้แจ้งความจำนงไว้แล้วนั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ จะจัดเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อทำพิธีลาศีล และขอขมาพระรัตนตรัยให้ผู้ปฏิบัติธรรมที่จะลาศีล พร้อมเพรียงกัน ณ ห้องกรรมฐาน
  8. ข้อแนะนำนี้ เป็นคู่มือให้รายละเอียดแนวทางปฏิบัติเพื่อความเป็นระเบียบของศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมจะได้เข้าใจ สบายใจในการอยู่อาศัยและปฏิบัติกรรมฐานร่วมกันอย่างสงบในสังคมของผู้ปฏิบัติธรรม ย่อมประหยัดการพูด โอกาสที่ท่านจะถามระเบียบหรือโอกาสที่จะมีผู้ที่อธิบายแนะนำแก่ท่านมีน้อย คู่มือนี้จะช่วยท่านได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับไปสู่ความสำเร็จ

  • ศรัทธาต่อครูบาอาจารย์ และแนวทางที่ปฏิบัติ
  • มีความเพียรยิ่ง ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก
  • รักษาวินัยในการปฏิบัติให้เคร่งครัด
  • มีจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ไม่กลัวตาย
  • แม้ว่าจะปวดเมื่อยจนตายก็ยอม
  • แม้ว่าจะขาดใจตายก็ยอม
  • ธรรมวิเศษอยู่เลยความตายไปนิดเดียว
  • ยังไม่มีใครตายไปเพราะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

 

*************************************************************************************************************************

 

การเข้าสวดมนต์

ผู้สนใจ สามารถเข้าร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็น และปฏิับัติธรรม ที่ศูนย์ได้ทุกวัน

-จันทร์ – ศุกร์ สวดมนต์ทำวัตรเย็น และปฏิบัติธรรม ในเวลา 18.00 น.

-เสาร์-อาทิตย์ ปฏิบัติธรรมช่วงเวลา 10.00 – 17.30 น.

 

สามารถติดต่อลงทะเบียนในการปฏิบัติได้ตามช่องทางต่างๆ ดังนี้
1. เบอร์ติดต่อ: 02-222-0598
2. e-mail: baandhamnamjai@hotmail.com
3. website: http://www.baandhamnamjai.com
4. facebook: http://www.facebook.com/baandhamnamjai


สนใจเข้าอบรมปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ส่งรายละเอียดที่นี่